มพบ. ชี้ ฐานเศรษฐกิจ พาดหัวข่าวไม่ตรงข้อเท็จจริง ส่อเอื้อประโยชน์คู่กรณีคดีควบรวมซีพี-โลตัส

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคชี้ นสพ.ฐานเศรษฐกิจพาดหัวข่าวไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เอื้อประโยชน์คู่กรณีในคดีควบรวมซีพี-โลตัส ซึ่งอาจเป็นการให้ข้อมูลเท็จ

จากการพาดหัวข่าวในวันที่ 11 กรกฎาคม 2564 บนหน้าหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ และในเว็บไซต์ข่าว ว่า “เปิดปมศาลปกครองกลาง ไฟเขียวดีล ‘ซีพี-โลตัส’ ยกคำฟ้อง 37 องค์กรผู้บริโภค” (ข่าวจากเว็บไซต์ https://www.thansettakij.com/business/487287)

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคในฐานะผู้ฟ้องคดีนี้ ขอชี้แจงว่า เป็นการพาดหัวข่าวที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง สร้างความเข้าใจผิดในสาระสำคัญว่า ศาลได้มีคำสั่งยกฟ้องคดีการควบรวม ซีพีและโลตัส ในขณะที่ข้อเท็จจริงคือศาลเพียงยกคำร้องกรณีที่ผู้ฟ้องคดีร้องขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเท่านั้น มิใช่เป็นการให้ “ไฟเขียว ดีล ซีพี-โลตัส” การรายงานข่าวเช่นนี้ถือเป็นการช่วงชิงความได้เปรียบให้กับคู่กรณีของคดี สร้างผลกระทบต่อภาคสังคมและภาคธุรกิจ ในขณะที่คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจถือว่าเป็นการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของศาล และผิดจรรยาบรรณสื่อมวลชน

ภาพข่าวจากเว็บไซต์ https://www.thansettakij.com/business/487287
ภาพข่าวจากเว็บไซต์ https://www.thansettakij.com/business/487287

 

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ขอให้ข้อเท็จจริงคือ ในระหว่างการพิจารณาคดีเพิกถอนมติคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า มูลนิธิฯ และผู้ร่วมฟ้อง ได้ร้องขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเพื่อระงับยับยั้งความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อผู้บริโภค คู่แข่งทางการค้า และผู้ผลิตสินค้าการเกษตร และสินค้าอุปโภคบริโภค ไว้เป็นการชั่วคราว ซึ่งศาลได้มีคำสั่งยกคำร้องดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่ายังไม่มีเหตุให้คุ้มครอง แต่ในส่วนของคดี ศาลยังอยู่ระหว่างการไต่สวน โดยให้เรียกบริษัทซีพีฯ และโลตัสฯ เข้ามาในคดีในฐานะผู้ร้องสอด และรวมพิจารณาคดีนี้เข้ากับคดีที่มีผู้ประกอบการฟ้องคดีต่อศาลปกครองไว้ก่อนแล้ว โดยให้ถือเอาสำนวนคดีของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคเป็นสำนวนหลัก ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำคำคัดค้านคำให้การยื่นต่อศาล

ดังนั้น การพาดหัวข่าวดังกล่าวที่ไม่สะท้อนข้อเท็จจริงทั้งหมด อาจถือได้ว่าเป็นเจตนาที่จะช่วงชิงความได้เปรียบต่อภาคสังคมและภาคธุรกิจให้กับคู่กรณี เนื่องจากคดีนี้ถือได้ว่าเป็นคดีสาธารณะที่มีมูลค่ามหาศาลต่อตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศ และมีประชาชนผู้บริโภค คู่ค้าทางธุรกิจ และนักธุรกิจจำนวนมากกว่าครึ่งประเทศ ที่จะมีส่วนได้ส่วนเสียจากผลของการตัดสินคดีนี้ การให้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงเช่นนี้ อาจเกิดผลกระทบต่อการตัดสินใจในภาคธุรกิจที่เป็นประโยชน์ต่อคู่กรณี แม้หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจรับรู้ข้อเท็จจริงตามเนื้อหาในข่าวว่าคดีนี้ยังไม่ยุติ และการยกฟ้องนั้นเป็นกรณีขอคุ้มครองชั่วคราวเท่านั้น

การกระทำเช่นนี้จึงอาจถือได้ว่าเป็นการให้ข้อมูลเท็จกับสาธารณะ เป็นการหมิ่นศาล และผิดจรรยาบรรณสื่อมวลชน

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และสมาคมนักกฎหมายคุ้มครองสิทธิและสิ่งแวดล้อม จึงเรียกร้องให้บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ แสดงเจตนารมย์ในการเยียวยาด้วยการแก้ไขสาระสำคัญของข่าวให้ถูกต้อง ทั้งในส่วนสิ่งพิมพ์และเว็บไซต์ข่าวของหนังสือพิมพ์ ทั้งการพาดหัวข่าวและเนื้อหาข่าว ตามเนื้อที่และขนาดเดียวกับการพาดหัวข่าวเดิม ให้เป็นไปตามข้อเท็จจริงทุกประการ ซึ่งถือได้ว่าเป็นบรรทัดฐานการเยียวยาตามจรรยาบรรณสื่อมวลชนที่ดี ที่สำนักข่าวฐานเศรษฐกิจพึงปฏิบัติ

ที่มา: มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

เราใช้คุกกี้เฉพาะที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ โดยคุณสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า