สหพันธ์องค์กรผู้บริโภคร่วมกับ 36 องค์กรผู้บริโภค ส่งคําชี้แจงขอให้ศาลคุ้มครองชั่วคราว กรณี กขค. อนุญาตควบรวมธุรกิจ ซีพี

 

สหพันธ์องค์กรผู้บริโภคและ 36 องค์กรผู้บริโภค โดยมีมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคเป็นตัวแทนส่งคําชี้แจงขอให้ศาลคุ้มครองชั่วคราว กรณี กขค. อนุญาตควบรวมธุรกิจ ซีพี – เทสโก้โลตัส แจงหากปล่อยให้รวมกิจการต่อไปจะเพิ่มอำนาจครอบงำธุรกิจอย่างมหาศาล – ปิดทางเลือกผู้บริโภค – ทำลายกิจการรายย่อย – เพิ่มความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมจนเกินกว่าจะเยียวยาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะวิกฤติ เช่น โควิด – 19
ที่กิจการขนาดเล็กจำนวนมากต้องทยอยปิดตัวลง

จากการที่ศาลปกครองรับคําฟ้องของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และ 36 องค์กรผู้บริโภค รวมทั้งผู้บริโภครายบุคคล กรณีคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า (กขค.) มีมติอนุมัติให้บริษัท ซี.พี. รีเทล ดีเวล ลอปเม้นท์ จํากัด ควบรวมกิจการกับ บริษัท เทสโก้ สโตร์ส จํากัด ซึ่งอาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยศาลมีคำสั่งให้พิจารณาเร่งด่วนและให้องค์กรผู้บริโภคส่งคําชี้แจง รวมถึงส่งเอกสารประกอบ
ถึงเหตุผลที่ว่า หากไม่มีคำสั่งให้ชะลอหรือระงับตามคำสั่งทางปกครองไว้ชั่วคราว ก่อนจะเกิดความเสียหายอย่างไรบ้างนั้น

วันนี้ (14 พฤษภาคม 2564) มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และ องค์กรผู้บริโภคในฐานะผู้ฟ้องคดี ได้ส่งคําชี้แจงที่ระบุถึงเหตุผลที่ขอให้ศาลกำหนดมาตรการคุ้มครองหรือบรรเทาทุกข์ชั่วคราว โดยระบุว่า หากศาลไม่คุ้มครองชั่วคราวจะทำให้เกิดการผูกขาดจนยากต่อการแก้ไข เยียวยาภายหลัง คําชี้แจงดังกล่าวมีสาระสำคัญ ดังนี้

เมื่อมีการรวมธุรกิจของทั้งสองบริษัทสะท้อนให้เห็นว่าหลังรวมธุรกิจจะทำให้สามารถครอบงำตลาดค้าปลีกได้ทุกประเภท นอกจากนี้ เมื่อรวมกับธุรกิจค้าส่งสมัยใหม่จะส่งผลให้ทั้งสองบริษัทมีอำนาจผูกขาดตลาดตั้งแต่ต้นน้ำถึง ปลายน้ำ ซึ่งเป็นการผูกขาดตลาดในแนวดิ่ง คือ แม้บริษัท ซี.พี.รีเทล ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด จะประกอบกิจการในตลาดค้าปลีกสมัยใหม่ แต่ก็ยังเป็น ผู้ประกอบธุรกิจที่มีความสัมพันธ์ทางนโยบายกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ เสมือนหนึ่งเป็นหน่วยธุรกิจเดียวกัน ซึ่งในเครือธุรกิจดังกล่าวนั้นประกอบธุรกิจในตลาดค้าส่งสมัยใหม่ ได้แก่ บริษัท สยามแม็คโคร จํากัด (มหาชน) กิจการที่เกี่ยวกับการผลิตสินค้าบริโภค กิจการด้านกลุ่มการเกษตรและ ปศุสัตว์ และธุรกิจการขนส่งสินค้า สุดท้ายหากปล่อยให้มีการกระจุกตัวเพิ่มมากขึ้น ทั้งการรวมธุรกิจ การขยายสาขา การมีอำนาจเหนือตลาด จะทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยต้องถูกกีดกันออกจากตลาดการแข่งขันทำให้ไม่เกิดการแข่งขันในตลาดค้าปลีก และไม่เกิดนวัตกรรมใหม่ขึ้นในตลาด

นอกจากนี้ การรวมธุรกิจของทั้งสองบริษัทจะทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการซื้อสินค้าในร้านค้าปลีกขนาดเล็กน้อยลง เนื่องจากการรวมธุรกิจครั้งนี้ทำให้ทั้งสองบริษัทมีอำนาจเหนือตลาดมากยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อมีอำนาจเหนือตลาดก็ยังส่งผลให้มีอำนาจในการกำหนดราคาสินค้า รวมถึงชนิด และปริมาณของสินค้าที่จําหน่ายได้ จากรายงานการวิจัยของศูนย์วิจัยธนาคารออมสิน ที่ระบุว่า ปัจจุบันประเทศกําลังประสบปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด – 19 ประกอบกับปัญหาข้อจํากัดด้านเทคโนโลยี ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยไม่สามารถแข่งขันกับธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ได้ รวมถึงปัญหาสภาพคล่องซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อร้านค้าปลีกขนาดเล็กที่มีอยู่มากที่สุดจำนวน 8.95 แสนราย จากผู้ประกอบการค้าปลีกทั้งหมด 9.05 แสนราย หากคำสั่งรวมธุรกิจของทั้งสองบริษัทยังดำเนินการต่อไปจะทำให้ร้านค้าปลีกขนาดเล็กทยอยปิดตัวลงจนไม่สามารถกลับมาประกอบกิจการในตลาดค้าปลีกขนาดเล็กได้ดังเดิม

และตามรายงานการวิจัยของ Ennis, Gonzaga, และ Pike (2019) ที่ศึกษาข้อมูลความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วจำนวนหนึ่ง ชี้ให้เห็นว่า อำนาจตลาดที่เพิ่มขึ้นในตลาดที่ไม่มีการแข่งขันอย่างเหมาะสม ทำให้ผู้มีอำนาจตลาดกล้าขึ้นราคาสินค้าและคว้ากําไรเพิ่มขึ้น ผลก็คือ ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำมากขึ้น เมื่อมีอำนาจเหนือตลาดก็ย่อมมีอำนาจต่อรองที่เหนือกว่าผู้ผลิตสินค้าหรือวัตถุดิบที่ เป็นผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม (SMEs) โดยเฉพาะผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ได้แก่สินค้าเกษตร สินค้าชุมชน สินค้าวิสาหกิจชุมชนหรือผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น OTOP ซึ่งหากยังปล่อยให้มีการรวมกิจการต่อไปก็จะยิ่งทำให้ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้นจนไม่อาจกลับไปแก้ไขได้

ท้ายสุด หากศาลไม่มีคำสั่งกำหนดวิธีการคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา โดยให้ระงับคำสั่งการรวมธุรกิจไว้ก่อน และต่อมาศาลมีคําพิพากษาเพิกถอนมติอนุญาตให้รวมธุรกิจของคณะกรรมการแข่งขันฯ ก็แทบจะไม่มี ประโยชน์ต่อผู้บริโภคและผู้ประกอบการ
รายย่อย เนื่องจากจะไม่มีร้านค้าปลีกเล็ก ๆ ในท้องตลาดที่จะสามารถ กลับมาได้อีก นอกจากนี้ การปล่อยระยะเวลาให้ล่วงเลยไปและปล่อยให้กิจการของทั้งสองบริษัทดำเนินกิจการต่อไปย่อมมีผลกระทบในตลาดค้าปลีกขนาดกลางและขนาดย่อมเป็นอย่างมาก จนอาจไม่สามารถกลับมาแก้ไขหรือเยียวยาได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ศาลปกครองรับฟ้องคดี กรณี กขค.มีมติควบรวมซีพี และเทสโก้ อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย

เราใช้คุกกี้เฉพาะที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ โดยคุณสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า